เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2507 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกา การจัดตั้งองค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย ทางคณะกรรมการองค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย จึงได้วางโครงการที่จะขยายการส่งเสริมกีฬาออกไปทั่วราชอาณาจักร ด้วยการจัดการแข่งขันกีฬาระหว่างจังหวัด ภายในภาคต่าง ๆ ของประเทศขึ้นพร้อมกัน โดยใช้ชื่อว่า “การแข่งขันกีฬาเขตแห่งประเทศไทย” แต่เนื่องจาก ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬา เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 5 จึงทำให้โครงการจัดการแข่งขันกีฬาเขตต้องเลื่อนออกไป หลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 5 ประเทศไทยก็ได้รับเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ในวันที่ 9 ธันวาคม 2510 ด้วยเหตุ นี้ คณะกรรมการองค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย จึงได้ประชุมให้ดำเนินการจัดการแข่งขันกีฬาเขต ครั้งที่ 1 ขึ้น ในวันที่ 1 - 5 พฤศจิกายน 2510 เพื่อที่จะให้นักกีฬาต่างจังหวัดทั่วประเทศได้มีโอกาส รับการคัดเลือกเป็นทีมชาติในการแข่งขันกีฬาแหลมทองแต่มีข้อห้ามมิให้นักกีฬาทีมชาติเข้าร่วมการแข่งขัน
การแข่งขันกีฬาเขต มีกำหนดให้จัดขึ้นทุกปี ครั้งแรกแบ่งเขตการแข่งขันออกเป็น 5 เขตโดยดูจากที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของประเทศ ได้แก่
ประเภทกีฬา ประกอบด้วย 5 ประเภทเท่านั้น คือ ฟุตบอล กรีฑา บาสเกตบอล เทนนิส และแบดมินตัน ทีมฟุตบอลของจังหวัดอุดรธานี จึงได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเขต รอบคัดเลือกของ เขต 2 คือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
แต่หลังจากมีการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 จบลงไป จึงได้เพิ่มประเภทกีฬาเป็น 16 ประเภท เพื่อเตรียมตัวแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ที่เปลี่ยนชื่อมาจากกีฬาแหลมทองเดิม เนื่องจากได้เพิ่ม ประเทศอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ กีฬาที่เพิ่มมี มวยสากล จักรยาน ยูโด รักบี้ ตะกร้อ ข้ามตาข่าย ยิงปืน ว่ายน้ำ เทเบิลเทนนิส วอลเลย์บอล ยกน้ำหนัก และเรือใบ
หลังจากจบการแข่งขันกีฬาเขต ครั้งที่ 1 องค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย ได้แบ่งเขตการแข่งขันใหม่ โดยถือการแบ่งเขตของกระทรวงมหาดไทยซึ่งมี 10 เขต และให้จังหวัดภายในแต่ละเขตหมุนเวียนเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพ จัดการแข่งขันรอบสุดท้ายตามความเหมาะสม จังหวัดอุดรธานี จึงได้เข้ามาในสังกัดในเขต 4หรือจังหวัดของภาคอีสานตอนเหนือ
นับจากนั้นเป็นต้นมา การแข่งขันกีฬาเขตก็ดำเนินเรื่อยมา จนถึงการแข่งขันกีฬาเขต ครั้งที่ 17 ซึ่งจัด ขึ้นที่จังหวัดพิษณุโลก ทางคณะกรรมการองค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย ได้เปลี่ยนชื่อการแข่งขันใหม่จาก "การแข่งขันกีฬาเขตแห่งประเทศไทย" เป็น "การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ" และให้นับจำนวนครั้งต่อเนื่องจากเดิมเป็น ครั้งที่ 17 ดังนั้นการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ จึงเริ่มต้นที่จังหวัดพิษณุโลกใช้ชื่อว่า การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 17 นอกจากนี้ยังอนุญาต ให้นักกีฬาทีมชาติเข้าแข่งขันได้เกือบทุกประเภทกีฬาภายใต้เงื่อนไขจำกัดบางประการ จึงทำให้การแข่งขันน่าดูยิ่งขึ้น ทั้งยังเปิด โอกาสให้นักกีฬาส่วนภูมิภาคได้ประลองฝีมือกับนักกีฬาทีมชาติ เป็นการเสริมสร้างประสบการณ์แก่นักกีฬาหน้าใหม่ด้วย
กีฬาฟุตบอลเป็นที่ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก จะเห็นได้จากมีการจัดการแข่งขันทุกระดับทั่วประเทศ รวมทั้งมีการถ่ายทอดสดการแข่งขันจากต่างประเทศเป็นประจำ รัฐบาลไทยจึงได้เล็งเห็นว่า กีฬาฟุตบอลในประเทศสามารถพัฒนาเป็นกีฬาเพื่ออาชีพได้ จึงได้มอบหมายให้การกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดทำแผนพัฒนากีฬาฟุตบอลอาชีพนำร่องขึ้น โดยใช้ชื่อการแข่งขันว่า “ฟุตบอลไทยแลนด์โปรวิลเชียล ลีก” โดยที่รัฐบาลไทยได้กำหนดไว้ในแผนพัฒนากีฬาแห่งชาติฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2540 – 2544) ได้กำหนดแผนพัฒนากีฬาอาชีพเป็นแผนงานหลักที่ 4 ต่อเนื่องกัน และแผนพัฒนากีฬาแห่งชาติฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2545 – 2549) ในการพัฒนากีฬาแห่งชาติ โดยมีโครงการนำร่องเป็นระยะเวลา 5 ปี
การแข่งขันฟุตบอล “ไทยแลนด์โปรวิลเชียล ลีก” ตามนโยบายรัฐบาล ได้จัดการแข่งขันขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2542 – 2543 โดยจัดการแข่งขันในระบบฟุตบอลลีก (แข่งแบบเหย้า – เยือน) เช่นเดียวกับการแข่งขันฟุตบอล ลีก ในต่างประเทศ โดยนำร่องทั่วประเทศ 12 จังหวัด และทั้ง 12 จังหวัดที่ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย กับสมาคมฟุตบอลไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีดังนี้
ทีมชนะเลิศ จะได้รับเงินรางวัล 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาท) ทีมรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง จะได้รับเงินรางวัล 500,000 บาท (ห้าแสนบาท) ทีมรองชนะเลิศอันดับสอง จะได้รับเงินรางวัล 300,000 บาท (สามแสนบาท)
สโมสรฟุตบอลอุดรธานี ก่อตั้ง เมื่อปี พ.ศ. 2542 เพื่อทำการแข่งขันรายการ ไทยแลนด์โปรวินเชี่ยล ลีค ซึ่งก่อตั้งโดยการกีฬาแห่งประเทศ ไทย ร่วมมือกันสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย จัดเป็นโครงการนำร่อง 5 ปี โดยมี ท่านสถาพร โคตรบุตร เป็นประธานสโมสร สโมสรฟุตบอลอุดรธานี ก็เข้าร่วมแข่งขันโปรลีก ทุกครั้ง ในชื่อ อุดรธานี ไจแอ้นท์ หรือ “ยักษ์แสด อุดรฯ” แต่ก็ไม่สามารถชนะเลิศได้เลย โดยทำได้ดีทีสุด คือ ปี 2542 จบฤดูกาลที่ลำดับที่ 4